|
“ความเจริญก้าวหน้าและความต้องการที่ไร้ขีดจำกัดของมนุษยชาติ นำมาซึ่งความเสียหายในความหลากหลายทางชีวภาพอยู่เรื่อยๆ”
คำว่าเสียหายอยู่เรื่อยๆ หมายถึงธรรมชาติสูญเสียไปวันละเล็ก วันละน้อย แต่เมื่อรวมกัน รวมกันหลายวันเข้าเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น ก็กลายเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติหรือไอยูซีเอ็น ได้รายงานถึงสถานการณ์การสูญเสียทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพว่า ปัจจุบันการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในโลกมนุษย์รวดเร็วกว่า ยุคไดโนเสาร์ 1,000 เท่า โดยเฉพาะในช่วง 100ปี ที่ผ่านมา อัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเป็นไปแบบไฮสปีด หรือรวดเร็วมาก

นักชีววิทยาระบุว่า ในโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่ราว 100 ล้านชนิด แต่นักวิทยาศาสตร์สามารถจำแนกได้เพียง 2 ล้านชนิดเท่านั้นที่ร้ายไปกว่านั้นคือ สิ่งมีชีวิตบางชนิดยังไม่ถูกค้นพบด้วยซ้ำไป แต่สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยที่มนุษยชาติอย่างเราๆ ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพวกเขาเลย เกี่ยวกับความสูญเสียทรัพยากรชีวภาพในโลกที่ยังไม่มีมนุษย์หน้าไหน หรือชาติใดหยุดยั้งได้นี้เอง เป็นสาเหตุให้ไอยูซีเอ็นขยายเวลาในการตั้งเป้าหมายให้สมาชิกทั่วโลกร่วมกันรณรงค์เพื่อลดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจากเดิมให้ทุกประเทศลดให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2010 หรือ พ.ศ. 2553 หรือปีนี้ แต่ปรากฏว่าสภาพของความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวมทั่วโลกเต็มไปด้วยความวิกฤต ยังไม่มีประเทศไหนหยุดยั้งความเสียหายได้ เป็นเหตุให้ต้องขยายเวลาเป้าหมายการลดความหลากหลายทางชีวภาพออกไป 10 ปี คือภายในปี ค.ศ. 2020 แทน
เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นิศากร โฆษิตรัตน์ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยที่เข้าประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 10 ที่เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น บอกว่า ปัจจุบันความหลากหลายทางชีวภาพถูกแย่งชิงที่อยู่จาการรุกรานของมนุษย์ จากการคุกคามของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น จนพบว่าสิ่งมีชีวตจำนวนมากหายไปจาก |